คำศัพท์ครั้งที่ 3
1. Broadband
สื่อกลางประเภทสายเคเบิลที่สามารถส่งข้อมูลได้หลายช่องทาง (ใช้แถบความถี่หลายความถี่)
2. Bind Berkeley Internet Domain Software
ไบนด์เป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นสำหรับระบบเบิร์คลีย์ยูนิกซ์ เพื่อให้เนมเซิร์ฟเวอร์ (name server) ใช้ในการทำงานทำงานเกี่ยวกับระบบชื่อโดเมน
3. Anonymous FTP
เป็นเอฟทีพีเซิร์ฟที่ยอมให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดไฟล์ไปใช้โดยไม่จำเป็นต้องมีบัญชีบนเซิร์ฟเวอร์นั้น (แต่ผู้ใช้ต้องใส่ชื่อ
บัญชี "anonymous" เป็นชื่อล็อกอินแทน) มีเซิร์ฟเวอร์บนอินเตอร์เน็ตหลายแห่งที่ให้บริการนี้ ให้ดูที่คำว่า Archie เพิ่มเติม
บัญชี "anonymous" เป็นชื่อล็อกอินแทน) มีเซิร์ฟเวอร์บนอินเตอร์เน็ตหลายแห่งที่ให้บริการนี้ ให้ดูที่คำว่า Archie เพิ่มเติม
4. terminal server
โดยทั่วไปในเทคโนโลยีสารสนเทศ terminal server เป็นอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ หรือเครื่องแม่ข่ายที่ให้ terminal (เช่น คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล, เครื่องพิมพ์และอุปกรณ์อื่น ๆ ) ต่อเชื่อมกับเครือข่าย LAN หรือ WAN โดย terminal ต่อเชื่อมกับ terminal server จากพอร์ตอนุกรม RS-232C หรือ RS-423 อีกด้านหนึ่งของ terminal server ต่อผ่านอินเตอร์เฟซเครือข่าย (network interface cards หรือ NIC) ไปยังเครือข่าย LAN หรือผ่านโมเด็มเพื่อต่อเข้ากับเครือข่าย WAN หรือ เครือข่าย X.25 หรือ gateway 3270 (ความแตกต่าง ทำให้ terminal server มีชนิดการติดต่อที่แตกต่างกัน บางครั้งสามารถจัดลำดับความแตกต่างของการคอนฟิก ตามความต้องการของลูกค้า) การใช้ terminal server หมายถึงแต่ละ terminal ไม่ต้องการการ์ดอินเตอร์เฟซ หรือโมเด็มของตัวเอง การเชื่อมต่อกับทรัพยากรภายใน terminal server ซึ่งปกติมีการใช้ร่วมกันโดย terminal ติดต่อ
บาง terminal server สามารถใช้งานร่วมได้ถึง 128 terminal โดย terminal สามารถเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล, เครื่องพิมพ์ emulate 3270 หรืออุปกรณ์ที่มีอินเตอเฟซ RS-232/423 ในบาง terminal server สามารถใช้กับ terminal แบบ TCP/IP สำหรับการติดต่อแบบ Telnet ไปที่ host, LAT ไปยัง DEC host หรือ TN 3270 สำหรับการติดต่อแบบ Telnet ไปยัง IBM host ด้วยการประยุกต์ 3270 ในบาง terminal server ให้ผู้ใช้ terminal มีหลาย host ในการติดต่อกับระบบปฏิบัติการของ host ที่แตกต่างกัน คำว่า communication server ในบางครั้งใช้แทนที่ terminal server
5. Terminal
1) ในระบบสื่อสาร terminal เป็นอุปกรณ์ที่จุดสิ้นสุดของปลายทางในการส่งสัญญาณในทางปฏิบัติ terminal ได้รับไปเฉพาะส่วนขยาย จุดปลายขอเครือข่าย ไม่ใช่อุปกรณ์ส่วนกลางหรือกิ่งกลาง
2) ในระบบโทรศัพท์ คำว่า Data terminal Equipment ใช้อธิบายคอมพิวเตอร์ปลายทางของ DTE -to- DCE (Data Communications Equipment) ในการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์และโมเด็ม
3) ในคอมพิวเตอร์ terminal (บางครั้งเรียกว่า “dumb terminal”) เป็นอุปกรณ์ของผู้ใช้ (ปกติประกอบด้วยจอภาพและคีย์บอร์ด) ซึ่งเชื่อมต่อกับเครื่องเมนเฟรม หรือเครื่องแม่ข่าย และเป็นที่มาของแนวคิด network computer
4) คำนี้ในบางครั้งหมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ต่อเข้ากับระบบเครือข่าย
2) ในระบบโทรศัพท์ คำว่า Data terminal Equipment ใช้อธิบายคอมพิวเตอร์ปลายทางของ DTE -to- DCE (Data Communications Equipment) ในการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์และโมเด็ม
3) ในคอมพิวเตอร์ terminal (บางครั้งเรียกว่า “dumb terminal”) เป็นอุปกรณ์ของผู้ใช้ (ปกติประกอบด้วยจอภาพและคีย์บอร์ด) ซึ่งเชื่อมต่อกับเครื่องเมนเฟรม หรือเครื่องแม่ข่าย และเป็นที่มาของแนวคิด network computer
4) คำนี้ในบางครั้งหมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ต่อเข้ากับระบบเครือข่าย
6. Telnet
Telnet เป็นวิธีการติดต่อของผู้ใช้กับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ที่ผู้ติดต่อได้รับอนุญาตในทางเทคนิค telnet เป็นคำสั่งของผู้ใช้ภายใต้โปรโตคอล TCP/IP เพื่อเข้าถึงคอมพิวเตอร์ในระยะไกล โปรโตคอลของเว็บ หรือ Hypertext Transfer Protocol และ File Transfer Protocol ยินยอมให้ผู้ใช้เรียกไฟล์ที่เจาะจงจากคอมพิวเตอร์ระยะไกล แต่ไม่ได้ logon ในฐานะผู้ใช้ของคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น โดยการใช้ telnet ผู้ใช้สามารถ logon ในฐานะผู้ใช้ธรรมดาที่มีสิทธิในการเจาะจงโปรแกรมประยุกต์ และข้อมูลบนเครื่องคอมพิวเตอร์
คำสั่งของ telnet มีลักษณะดังนี้
Telnet the libraryat.harvard.edu เมื่อส่งคำสั่งนี้ไปแล้ว จะมีการ logon ด้วย user id และป้อนรหัสผ่าน ถ้ายอมรับก็สามารถใช้ข้อมูลในคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นได้ telnet ได้รับการใช้งานโดยผู้พัฒนาโปรแกรม และผู้ต้องการใช้โปรแกรมประยุกต์เฉพาะ หรือข้อมูลที่อยู่ในเครื่อง host ที่เจาะจง
7. TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet Protocol)
TCP/IP เป็นระบบโปรโตคอล การสื่อสารพื้นฐานของระบบอินเตอร์เน็ต มันสามารถใช้เป็น โปรโตคอลในการสื่อสารภายใน เครือข่ายส่วนบุคคล เรียกว่า intranet และ extranet เมื่อมีการติดต่อโดยตรงกับ internet เครื่องคอมพิวเตอร์จะได้รับการคัดลอกโปรแกรม TCP/IP เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์อื่น ๆ เพื่อทำให้ส่งข้อความขอรับสารสนเทศ
TCP/IP เป็นโปรแกรม 2 เลเยอร์ TCP (Transmission Control Protocol) เป็นเลเยอร์ที่สูงกว่า ทำหน้าที่จัดการแยกข้อความหรือไฟล์แลปรกอบให้เหมือนเดิม IP (Internet Protocol) เป็น เลเยอร์ที่ต่ำกว่า ทำหน้าที่จัดการส่วนของที่อยู่ของแต่ละชุดข้อมูล เพื่อทำให้มีปลายทางที่ถูกต้อง เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็น Gateway บน เครือข่ายจะตรวจที่อยู่นี้เพื่อหาจุดหมายในการส่งข้อความ ชุดข้อมูลอาจจะใช้เส้นทางไปยังปลายทางต่างกัน แต่ทั้งหมดจะได้รับการประกอบใหม่ที่ปลายทาง
TCP/IP เป็นโปรแกรม 2 เลเยอร์ TCP (Transmission Control Protocol) เป็นเลเยอร์ที่สูงกว่า ทำหน้าที่จัดการแยกข้อความหรือไฟล์แลปรกอบให้เหมือนเดิม IP (Internet Protocol) เป็น เลเยอร์ที่ต่ำกว่า ทำหน้าที่จัดการส่วนของที่อยู่ของแต่ละชุดข้อมูล เพื่อทำให้มีปลายทางที่ถูกต้อง เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็น Gateway บน เครือข่ายจะตรวจที่อยู่นี้เพื่อหาจุดหมายในการส่งข้อความ ชุดข้อมูลอาจจะใช้เส้นทางไปยังปลายทางต่างกัน แต่ทั้งหมดจะได้รับการประกอบใหม่ที่ปลายทาง
TCP/IP ใช้ในแบบ client/server ในการสื่อสาร (ระหว่างคอมพิวเตอร์) ซึ่งผู้ใช้คอมพิวเตอร์ (client) เป็นผู้ขอและการบริการได้รับจากคอมพิวเตอร์เครื่องแม่ข่ายในระบบเครือข่าย การสื่อสารของ TCP/IP เป็นแบบจุดต่อจุด (point -to- point) หมายความว่าการสื่อสารแต่ละครั้งเกิดจากจุดหนึ่ง (เครื่อง host เครื่องหนึ่ง) ไปยังจุดอื่นหรือเครื่อง host เครื่องอื่นในเครือข่าย TCP/IP และโปรแกรมประยุกต์ระดับสูงอื่น ที่ใช้ TCP/IP สามารถเรียกว่า “Stateless” เพราะการขอแต่ละ client ได้รับการพิจารณาเป็นการขอใหม่โดยไม่สัมพันธ์กับการขอเดิม (แต่แตกต่างจากการสนทนาทางโทรศัพท์) การที่เป็นพาร์ทของเครือข่ายอิสระแบบ “Stateless” ดังนั้นทุกคนสามารถใช้พาร์ทได้อย่างต่อเนื่อง (หมายเหตุ เลเยอร์ของ TCP จะไม่ “Stateless” ถ้ายังทำการส่งข้อความใดข้อความหนึ่ง จะทำการส่งจนกระทั่งชุดข้อมูลนั้นได้รับครบชุด)
ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต จำนวนมากคุ้นเคยกับการประยุกต์เลเยอร์ระดับสูง โดยใช้ TCP/IP เพื่อเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ท ทั้งนี้รวมถึง World Wide Web’s Hypertext Transfer Protocol (HTTP), File Transfer Protocol (FTP) ซึ่งในการเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ในระยะไกล และ Simple Mail Transfer Protocol (SMTP) Protocol เหล่านี้ จะเป็นชุดเดียวกับ TCP/IP ในลักษณะ “Suite” เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล มักจะเข้าสู่อินเตอร์เน็ต ผ่าน Serial Line Internet Protocol (SLIP) หรือ Point-To-Point Protocol (PPP) โปรโตคอล แบบนี้จะควบคุมชุดข้อมูลของ IP ดังนั้น จึงสามารถใช้ส่งผ่านการติดต่อด้วยสายโทรศัพท์ ผ่านโมเด็ม Protocol ที่สัมพันธ์กับ TCP/IP ได้แก่ User Datagram Protocol (UDP) สำหรับใช้แทน TCP/IP ในกรณีพิเศษ ส่วนโปรโตคอลอื่นที่ใช้โดยเครื่อง host ของเครือข่ายสำหรับการแลกเปลี่ยนสารสนเทศกับ router ได้แก่ Internet Control Message Protocol (ICMP) Interior Gateway Protocol (IGP) Exterior Gateway Protocol (EGP) และ Border Gateway Protocol (BGP)
8. Transmission Control Protocol (TCP)
TCP (Transmission Control Protocol) ใช้ Internet Protocol (IP) เพื่อส่งข้อมูลในรูปแบบของข่าวสาร ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ในอินเตอร์เน็ต โดย IP ดูแลการควบคุมการส่งข้อมูลที่แท้จริง TCP ดูแลการรักษาเส้นทางของหน่วยข้อมูลแต่ละชุด (เรียกว่า แพ็คเกต - Packets) ซึ่งข้อความจะถูกแบ่งออก เพื่อการใช้ประสิทธิภาพของเส้นทางบนอินเตอร์เน็ต เช่น เมื่อมีการส่งไฟล์ HTML ออกจาก web server ไปที่จุดหมายปลายทาง โปรแกรมเลเยอร์ของ TCP จะแบ่งไฟล์นั้นเป็นหนึ่งชุดหรือมากกว่า หมายเลขของชุดข้อมูลแล้วส่งต่อข้อมูลแต่ละชุดไปที่โปรแกรมเลเยอร์ของ IP ถึงแม้ว่าแต่ละชุดข้อมูลมีปลายทางที่ IP address เดียว แต่ชุดข้อมูลอาจจะเลือกเส้นทางที่ต่างกันบนเครือข่าย เพื่อไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทาง TCP จะประกอบชุดข้อมูลแต่ละชุดให้ครบแล้วจึงประกอบข้อมูลเป็นไฟล์เดียว
TCP เป็น protocol ที่รู้จักในลักษณะ connection-oriented protocol หมายถึง การติดต่อจะถูกสร้างขึ้น และรักษาการแลกเปลี่ยน เช่น การส่งข้อความระหว่างโปรแกรมประยุกต์ของแต่ละด้าน TCP รับผิดชอบสำหรับในการจัดแบ่งข้อความเป็นชุดข้อมูล และประกอบชุดข้อมูลให้เป็นข้อความเหมือนเดิม เมื่อไปถึงปลายทาง DOS แบบจำลอง OSI (Open Systems Interconnection Communication model) TCP อยู่ในเลเยอร์ที่ 4 คือ เลเยอร์การส่ง (Transport Layer)
9. Tag
Tag เป็นคำทั่วไปสำหรับภาษาแบบ element descriptor กลุ่มของ Tag สำหรับเอกสาร หรือหน่วย ของสารสนเทศในบางครั้ง อ้างถึง markup คำ สั่งนี้ในยุคก่อนการใช้คอมพิวเตอร์ เมื่อผู้เขียนและผู้ตรวจทาน ทำเครื่องหมายบนเอกสารด้วยสัญลักษณ์ ตัวอย่างเช่น การสร้างเว็บเพจด้วยภาษา Hypertext Markup Language (HTML)
10. Syntax
Syntax ในไวยากรณ์, โครงสร้าง หรือลำดับของส่วนประกอบ ในประโยคของภาษา Syntax การประยุกต์กับภาษาคอมพิวเตอร์ เหมือนกับภาษาธรรมชาติ ในภาษาคอมพิวเตอร์ ไวยากรณ์สามารถมีความแข็งตัว เช่น ในภาษา assembler หรือความแข็งตัวน้อย ในภาษาที่ใช้ “keyword” พารามิเตอร์ซึ่งสามารถระบุในลำดับต่าง ๆ
11. Switch
ในโทรคมนาคม, switch เป็นอุปกรณ์เครือข่ายที่ใช้เลือกเส้นทาง หรือวงจรสำหรับการส่งข้อมูล หรือปลายทางต่อไป switch (สวิท์ช) อาจจะรวมการทำงานของ router, อุปกรณ์ หรือโปรแกรม ที่สามารถค้นหาเส้นทาง หรือกำหนดจุดบนเครือข่ายที่ติดต่อกัน เพื่อให้ส่งข้อมูลไป โดยทั่วไป สวิท์ช เป็นกลไกที่ง่าย และเร็วกว่า router ซึ่งต้องการความรู้เกี่ยวกับเครือ และวิธีการหาเส้นทาง
ความสัมพันธ์แบบจำลอง Open System Interconnecting, สวิท์ช เกี่ยวข้องกับ Layer หรือ Data-Link Layer อย่างไรก็ตาม สวิท์ชรุ่นใหม่ สามารถทำงานต้นเส้นทาง ของเลเยอร์ หรือ Network Layer โดยบางครั้ง switch layer 3 ได้รับการเรียกว่า IP switches
บนเครือข่ายขนาดใหญ่ การเดินทางจากสวิท์ชหนึ่งไปยังตัวอื่นในเครือข่ายเรียกว่า hop เวลาที่สวิท์ชใช้ ในการชี้ถึงการส่งหน่วยข้อมูลเรียกว่า latency ราคาที่จ่ายให้กับความยืดหยุ่น ของสวิท์ชที่ให้กับเครือข่าย คือ latency สวิท์ชที่พบใน backbone และ gateway ของ เครือข่าย ที่เครือข่ายหนึ่งใช้ต่อเชื่อมกับเครือข่ายอื่น และระดับเครือข่ายย่อย สำหรับการส่งต่อใกล้กับปลายทาง หรือจุดเริ่มต้น อันแรกเรียกว่า core switches และอันดับหลังเรียกว่า desktop switches
ในเครือข่ายพื้นฐาน สวิท์ช ไม่ต้องการข่าวสารในการส่ง หรือรับภายเครือข่าย ตัวอย่างเช่น เครือข่ายแบบ LAN อาจจะจัดโครงสร้างด้วย todenring หรือการจัดเรียงบัส ในแต่ละปลายทางตรวจแต่ข่าวสาร และอ่านข่าวสารด้วยตำแหน่ง circuit switching เวอร์ชัน packet switching เส้นทางของเครือข่ายจะต้องใช้เฉพาะสำหรับภายในกลุ่ม 2 กลุ่มหรือมากกว่า และสวิท์ชสำหรับใช้กับกลุ่มอื่น ประเภทของ switching ที่รู้จักในชื่อ circuit switching และเป็นตัวแทนและเชื่อมต่อเส้นทางอย่างต่อเนื่อง สำหรับภายในกลุ่ม
ปัจจุบัน การส่งข้อมูลส่วนใหญ่ใช้สัญญาณดิจิตอลผ่านเครือข่ายที่ใช้ packet switching การใช้ packet switching ผู้ ใช้เครือข่ายทั้งหมดสามารถใช้เส้นทางร่วมกันในเวลาเดียวกัน และเส้นทางเฉพาะ ของหน่วยข้อมูลที่เดินทาง สามารถแปรผันตามเงื่อนไขที่เปลี่ยนใน packet switching การส่ง message จะได้รับการแบ่งเป็น แพ็คเกต ซึ่งมีหน่วยเป็นไบต์ address ของเครือข่ายสำหรับผู้ส่ง และสำหรับปลายทาง ได้รับการเพิ่มอยู่ในแพ็คเกต แต่ละจุดของเครือข่ายจะดูที่แพ็คเกต เพื่อส่งต่อแพ็คเกตใน message เดียวกันอาจจะมีเส้นทางที่ต่างกัน และอาจจะไม่ไปถึงในลำดับเดียวกับ การส่งที่ปลายทาง แพ็คเกตใน message จะได้รับการรวมและประกอบใหญ่เป็น message เหมือนเดิม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น